Q1 : ในมุมมองของธุรกิจนั้น การสร้างระบบสารสนเทศควรคำนึงถึงองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง จงอธิบาย
องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องมี 3 ด้าน คือ 1. Information Technology (IT)
2. Management
3. Organization
ธุรกิจที่จะสร้างระบบสารสนเทศขึ้นมาใช้งานจำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะ IT กับ องค์กร ที่จะต้องมีการปรับให้เข้ากัน เพราะหากสร้างระบบที่ใช้ IT ที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือ ไม่เป็นที่ต้องการของคนในองค์กรก็จะเป็นการสูญเปล่า และอาจจะเกิดการไม่ยอมรับระบบที่สร้างขึ้น
เพราะฉะนั้นในการสร้างระบบ ควรจะสอบถามหรือหาเป้าหมายที่องค์กรต้องการเสียก่อน
ขณะเดียวกัน ยังต้องตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริหารในแต่ละระดับที่มีความต้องการ หรือ การเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ การสร้างระบบสารสนเทศต้องคิดถึงความคุ้มค่าในการลงทุนด้วย เพราะหากเป็นองค์กรขนาดเล็ก อาจจะไม่คุ้มค่าที่จะต้องลงทุนระบบสารสนเทศที่มีศักยภาพสูงเกินไป เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง
Q2 : ท่านคิดว่า การเรียนแบบ virtual classroom หรือ e-learning มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
ในการเรียนแบบ e-learning มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดย... ข้อดี ของการเรียนแบบ e-learning คือ ผู้เรียนสามารถเรียนได้จากทุกแห่งบนโลก (ที่สามารถเข้าอินเตอร์เน็ตได้) ไม่จำเป็นต้องไปเข้าชั้นเรียน ไม่ต้องเดินทาง ซึ่งเหมาะกับผู้เรียนที่อยู่ห่างไกลจากสถานศึกษา ซึ่งจะเห็นได้จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก มีการขยายขอบเขตการศึกษาแบบ e-learning เพื่อให้ผู้เรียนในต่างประเทศสามารถเข้าเรียนตามหลักสูตรเดียวกับการเรียนที่มหาวิทยาลัยได้
นอกจากนี้ ยังทำให้ผู้สอนที่เก่งๆ สามารถสอนผู้เรียนจำนวนมากๆ ได้พร้อมๆ กัน ทำให้ผู้เรียนที่สนใจเรียนกับผู้สอนคนนั้นๆ สามารถเข้าเรียนได้
ข้อเสีย ของการเรียนแบบ e-learning คือ ผู้เรียนอาจจะไม่มีโอกาสพบปะกับผู้เรียนคนอื่นๆ ทำให้ไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่รู้มุมมองของคนอื่นๆ ไม่มีกิจกรรมทางสังคมร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเรียน โดยเฉพาะในระดับชั้นสูงๆ เช่น ปริญญาโท ที่ต้องเรียนรู้การทำงานเป็นทีม
Q3 : สถาบันการศึกษาได้ประโยชน์อะไรจากการใช้ระบบ e-learning
สถาบันการศึกษาที่นำระบบ e-learning มาใช้จะได้ประโยชน์หลายประการ เช่น 1. สามารถใช้ทรัพยากรบุคคล (อาจารย์ผู้สอน) ได้อย่างคุ้มค่า เพราะสามารถสอนนักเรียน/นักศึกษาจำนวนมากๆ และซ้ำๆ ได้จากการสอน หรือ การบันทึกการสอนเพียงครั้งเดียว
2. ไม่จำเป็นต้องมีสถานที่กว้างขวางเพื่อรองรับนักเรียน/นักศึกษา เพราะสามารถจัดตารางให้เรียนผ่านระบบ e-learning ได้
3. ประหยัดต้นทุนในหลายๆ ด้าน ทั้งค่าจ้างบุคลากร ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกัยสถานที่
4. ได้ชื่อว่า เป็นสถาบันการศึกษาที่ทันสมัย
Q4 : ท่านต้องการที่จะเรียนในระบบ e-learning หรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบในข้อนี้ต้องแบ่งออกเป็น 2 เงื่อนไข คือ 1. ต้องการเรียน หากเป็นการเรียนกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ที่ม่ีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับทั่วโลก และได้รับวุฒิบัตรเช่นเดียวกับนักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนในระบบปกติ เพราะหากจะเดินทางไปเรียนเองอาจจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากกว่าการเรียนแบบ e-learning
2. ไม่ต้องการเรียน หากเป็นการเรียนกับมหาวิทยาลัยในประเทศ เพราะการเรียนแบบปกติจะได้ประโยชน์มากกว่าการเรียนแบบ e-learning เพราะได้พบอาจารย์ผู้สอน เรียนรู้การทำงานเป็นทีม มีกลุ่มเพื่อนในสังคมใหม่
อย่างไรก็ตาม การเรียนในระบบ e-learning น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า หากสถาบันการศึกษานำมาใช้ควบคู่ไปกับการเรียนในระบบปกติ เช่น การเรียนเสริม การทำแบบฝึกหัด และการทบทวนบทเรียน เพราะจะทำให้การเรียนในระบบปกติมีประสิทธิภาพมากขึ้น
วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันวานยังหวานอยู่
ไปเที่ยวสวนสยาม
หนึ่งหนุ่มกับสองสาว อิอิ
สวนสยามยามค่ำคืน
ไปงานแต่ง พี่แพ
บรรยากาศในรถคันเก่า
ไปงานทอดผ้าป่า
สวนสยามยามค่ำคืน
ไปดูงานที่คลอง 2
บรรยากาศในรถ yaris
ใส่เสื้อคู่รัก ^_^
ถ่ายรูปกับ Dath Veder
ไปงานทอดผ้าป่า
สุดหล่อ ปะทะ Vader
สุดสวย vs Gozzila
เด็กโข่ง
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วิสัยทัศน์ Vision
| ความหมายของคำว่าวิสัยทัศน์ (Vision) คำว่า วิสัยทัศน์ มีผู้ให้ความหมายไว้มากมายหลายท่าน อาทิเช่น ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้บอกว่า วิสัยทัศน์ หมายถึงความเคลื่อนไหวของประชาชาติ เพื่อสร้างจินตนาการใหม่เกี่ยวกับการศึกษา ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ให้ความหมายไว้ว่า วิสัยทัศน์ มาจากคำภาษาอังกฤษ คำว่า “Vision” แปลว่า ความคาดหมายที่จะกระทำในอนาคต หรือ การมองเป็นสร้างระบบให้เพื่อให้เพื่อรองรับแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเพื่อการพัฒนาแนวโน้มที่เกิดขึ้นในอนาคต ส่วนคำว่า Visionary หมายถึง คนที่จะทำให้ Vision ประสบผลสำเร็จ บูรชัย ศิริมหาสารคร ได้กล่าวว่า วิสัยทัศน์เป็นศัพท์เฉพาะศาสตร์ (Technical Term) เกี่ยวกับการบริหารที่ถูกบัญญัติขึ้นจากคำว่า “Vision” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งตามความหมายทั่วไปแปลว่า” การเห็นหรือภาพ” แต่ในทางการบริหาร วิสัยทัศน์ (Vision) หมายถึงความสามารถในการมองเห็นภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ไกลที่สุดและชัดที่สุด การมองเห็นที่ว่านี้ มิใช่การมองเห็นด้วยสายตา แต่เป็นการมองเห็นด้วยปัญญา วิสัยทัศน์เป็นจินตนาการ หรือภาพเสมือนจริงที่เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า อาจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ ได้พูดถึงคำวิสัยทัศน์ว่าไม่ใช่ศัพท์ของราชบัณฑิตยสถาน แต่เป็นศัพท์ที่มีผู้คิดขึ้น โดยอาจารย์ได้ให้ไว้ว่า “การดูแลในสิ่งที่อยู่ในวิสัย ซึ่งหมายถึงว่ามีความสามารถเพียงใด ก็ดูได้เพียงนั้น อาจารย์ได้กล่าวถึงคำ Vision ว่าน่าจะตรงกับคำว่า วิทัศน์มากกว่า เพราะคำว่าวิทัศน์ มีความหมายว่า “ ดูได้อย่างวิเศษ หรือมองอย่างวิเศษ มองอย่างแจ่มแจ้ง” ดร.สายสุรี จุติกุล บอกว่า วิสัยทัศน์ คือ การมองไปข้างหน้าในส่วนที่ดี ในส่วนที่เราคาด ในส่วนซึ่งเรามองจะใช้คำว่า Visual Thinking ว่าเป็นความคาดหวังที่อยากจะเห็นให้เป็น Expectation ซึ่งหมายความว่าพยายามจะมองไปในทางที่ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ กล่าวโดยสรุปคือ วิสัยทัศน์ หมายถึง การสร้างภาพอนาคต หรือการมองอนาคตซึ่งจะเป็นเป้าหมายในการเดินไปสู่อนาคต โดยวิธีการนำเอาระบบการวางแผนมาใช้ หรือหมายถึงสิ่งที่อยากเห็นในอนาคตและเป็นสิ่งที่ดีกว่าเดิม วิสัยทัศน์ จะเกิดจากการรู้จักคิดโดยใช้ปัญญา และมุ่งมั่นให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งวิสัยทัศน์ที่ดีนั้นมีคุณสมบัติเฉพาะ 8 ประการ ดังนี้ 1. มุ่งเน้นอนาคต (Future Oriented) 2. เต็มไปด้วยความสุข (Utopian) 3. ความเหมาะสม (Appropriate) 4. สะท้อนความฝันสูงสุด (Reflect High Ideals) 5. อธิบายจุดมุ่งหมาย (Clarify Purpose) 6. ดลบันดาลความกระตือรือร้น (Inspire Ethusiansm) 7. สะท้อนความเป็นหนึ่งเดียว (Reflect the Uniqueness) 8. ความมักใหญ่ใฝ่สูง (Ambition) ที่มา : www.snamcn.lib.su.ac.th |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)